Home » “วิกฤตทุก 10 ปี” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ: ถอดรหัสวัฏจักรอสังหาฯ ไทย
ท่ามกลางข่าวสารและสัญญาณที่หลากหลายเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน หลายคนอาจกำลังสับสนและตั้งคำถามว่า “นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการซื้อหรือไม่?” หรือ “ตลาดกำลังจะล่มสลายหรือกำลังจะฟื้นตัวกันแน่?” ความไม่แน่นอนเหล่านี้ทำให้การตัดสินใจเป็นเรื่องยาก
การมีอสังหาริมทรัพย์ไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อการลงทุน ถือเป็นความฝันของใครหลายคน แต่คำถามสำคัญที่นักลงทุนทุกคนต้องเผชิญคือ “จังหวะ” ไหนคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการซื้อ และเวลาใดคือช่วงที่ควรขาย? การตัดสินใจที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงผลกำไรที่หายไปหรือการติดอยู่กับการลงทุนที่ขาดทุน
หัวใจสำคัญของการไขปริศนานี้อยู่ที่การทำความเข้าใจในสิ่งที่เราเรียกว่า “วัฏจักรอสังหาริมทรัพย์” (Property Cycle) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การตัดสินใจที่ชาญฉลาดและสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าคนส่วนใหญ่ในตลาด โดยทั่วไปวัฏจักรนี้ประกอบด้วย 4 ระยะหลัก คือ เฟื่องฟู – บูม (Expansion), ชะลอตัว – ฝ่อ (Hyper Supply), ตกต่ำ – ฟุบ (Recession), และฟื้นตัว – ฟื้น (Recovery) การรู้จักว่าตลาดอยู่ในระยะใด คือความได้เปรียบที่แท้จริง
แม้ในภาพรวมระดับสากลวัฏจักรหนึ่งอาจใช้เวลานานถึง 18 ปี แต่ข้อมูลในอดีตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกลับเผยให้เห็นรูปแบบที่ชัดเจนและน่าสนใจยิ่งกว่า
เป็นเรื่องที่น่าแปลกแต่จริงที่คนส่วนใหญ่มักตัดสินใจเข้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ตลาดกำลัง “บูม” หรือเฟื่องฟูสุดขีด ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะภาวะเศรษฐกิจที่ดีทำให้ผู้คนมีกำลังซื้อสูงขึ้น ประกอบกับกระแสสังคมและคำชักชวนจากคนรอบข้างที่สร้างความรู้สึกว่านี่คือโอกาสที่ต้องรีบคว้าไว้
ทว่าในความเป็นจริง ตามหลักการลงทุนที่ถูกต้องแล้ว ช่วงเวลาที่ตลาดร้อนแรงที่สุดกลับเป็นจังหวะที่นักลงทุนผู้ชาญฉลาดควรจะ “ขาย” เพื่อทำกำไร ไม่ใช่การกระโจนเข้าไป “ซื้อ” ตามกระแส เพราะต้องไม่ลืมว่า หลังจากช่วงเฟื่องฟูแล้วจะเป็นช่วงขาลง คือ ชะลอตัวและตกต่ำตามมา การเข้าซื้อ ณ จุดสูงสุดจึงมีความเสี่ยงสูง ดังที่ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวเตือนไว้ว่า “หากซื้อในช่วงบูมมักจะ “ประสบเภทภัยมากกว่าวาสนา’ “
สาเหตุหลักที่ทำให้คนส่วนใหญ่ติดกับดักนี้คือจิตวิทยาหมู่และอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผล เมื่อเห็นคนอื่นซื้อก็อยากซื้อตาม โดยไม่ได้วิเคราะห์ว่าตนเองกำลังเข้าสู่ตลาด ณ จุดใดของวัฏจักร
สถานการณ์ตลาดใน ปี 2025-2026 ปัจจุบันไม่ใช่การ “แตกของฟองสบู่” ที่รุนแรงและฉับพลันเหมือนวิกฤตปี 2540 แต่เป็นภาวะซบเซาที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ และมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อยาวนาน ซึ่งเป็นผลจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึก จากการวิเคราะห์ของ KKP Research เผยให้เห็น 3 ปัญหาหลักที่กำลังกดดันตลาดอยู่ ได้แก่
บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
ห้อง B302 ชั้น 3 ดิอัพ พระราม 3 คอมมูนิตี้มอลล์ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร
ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารด้านการประเมินทรัพย์สิน คอร์สเรียนล่าสุด และข้อมูลสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์กับโมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอลซัลแตนท์