การประเมินมูลค่าต้นไม้ (Tree Valuation)
การประเมินมูลค่าต้นไม้ คือ การตีราคาว่าต้นไม้ต้นนั้นๆ มีค่าเท่าไหร่ ซึ่งในอดีตมักใช้ในกรณีพิพาททางกฎหมาย (เช่น การแบ่งมรดก, ประเมินการชดใช้จำนองที่ดิน) หรือเพื่อการประกันภัย โดยจะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับ กรมป่าไม้, สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ, องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้อธิบายขอบเขตกำหนดขั้นตอนและหลักการในการประเมินราคาต้นไม้ที่กำหนดไว้เพื่อใช้ในการประเมินมูลค่าต้นไม้ 1 ต้นเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
การวัดมูลค่าจะต้องมีกรรมการและสมาชิกธนาคาร อย่างน้อย 3 คนร่วมประเมินมูลค่าต้นไม้ และมูลค่าต้นไม้ที่รับการประเมินจะสามารถปล่อยกู้ให้ 50% ของราคาประเมินต้นไม้ชนิดนั้น ๆ โดยต้นไม้มีค่ามีทั้งหมด 58 ชนิด ดังนี้
ต้นไม้มีค่า 58 ชนิดที่สถาบันการเงินรับจำนอง
ตัวอย่างกลุ่มต้นไม้มีค่า 58 ชนิดที่สถาบันการเงินรับจำนองแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
1. กลุ่มไม้เนื้อแข็งที่ใช้ในการก่อสร้าง ทำเฟอร์นิเจอร์เครื่องเรือน และเป็นไม้เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ เช่น สัก, เต็ง, รัง และจามจุรี เป็นต้น
2. กลุ่มไม้ยืนต้นที่ออกผลกินได้ พืชเศรษฐกิจของไทย เช่น มะม่วง, ทุเรียน และมะขาม เป็นต้น
3. กลุ่มไม้ประดับ ไม้ประดับยืนต้น บางต้นออกดอกสร้างรายได้ ต่อยอดผลิตภัณฑ์เครื่องหอม เช่น กฤษณา, นางพญาเสือโคร่ง, จำปี เป็นต้น
1. ตะเคียนทอง
2. ตะเคียนหิน
3. ตะเคียนชันตาแมว
4. ไม้สกุลยาง (ไม่รวมยางพารา)
5. สะเดา
6. สะเดาเทียม
7. ตะกู
8. ยมหิน
9. ยมหอม
10. นางพญาเสือโคร่ง
11. นนทรี
12. สัตบรรณ
13. ตีนเป็ดทะเล
14. พฤกษ์
15. กัลปพฤกษ์
16. ราชพฤกษ์
17. สุพรรณิการ์
18. แคนา
19. พลับพลา
20. กันเกรา
21. ไม้สกุลมะม่วง
22. ไม้สกุลทุเรียน
23. มะขาม
24. มะขามป้อม
25. ไผ่ทุกชนิด
26. ไม้สกุลจำปี (จำปีสิรินธร จำปีป่า จำปีถิ่นไทย จำปีดง จำปีแขก จำปีเพชร)
27. กฤษณา
28. อินทนิลน้ำ
29. ปีบ
30. เสลา
31. ตะแบกเลือด
32. นากบุด
33. ชิงชัน
34. กระซิก
35. กระพี้เขาควาย
36. สาธร
37. เคี่ยม
38. เคี่ยมคะนอง
39. เหลืองปรีดียาธร
40. มะหาด
41. ไม้สัก
42. ไม้แดง
43. พะยูง
44. พะยอม
45. จามจุรี
46. เต็ง
47. รัง
48. ประดู่ป่า
49. ประดู่บ้าน
50. ตะแบกนา
51. มะค่าโมง
52. มะค่าแต้
53. หว้า
54. กะทังใบใหญ่
55. หลุมพอ
56. เทพทาโร
57. ฝาง
58. แล
มิติใหม่ที่กำลังมาแรง คือการประเมิน "ความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะพาเราไปสู่เรื่องต่อไป
คาร์บอนเครดิตและกลไกการสร้างรายได้จากต้นไม้
อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนต้องแบกรับต้นทุนจากการถือครองที่ดินเปล่า การปล่อยพื้นที่ทิ้งร้างรอการพัฒนามูลค่าไม่ใช่กลยุทธ์การลงทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดอีกต่อไป ในทางกลับกัน ภาคธุรกิจกำลังเผชิญแรงกดดันจากมาตรฐาน ESG (Environmental, Social, and Governance) ที่บังคับให้บริษัทขนาดใหญ่ต้องหาทางชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ความต้องการนี้ส่งผลให้ "คาร์บอนเครดิต" กลายเป็นสินค้าที่มีสภาพคล่องในตลาด ที่ดินที่มีไม้ยืนต้นจึงมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนระยะยาวโดยไม่ต้องใช้วิธีตัดไม้แปรรูปขาย การประเมินมูลค่าต้นไม้เพื่อพัฒนาเป็นคาร์บอนเครดิต คือกลยุทธ์สำคัญในการสร้างกระแสเงินสดจากที่ดินเปล่า ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการโดยผู้ประเมินวิชาชีพเพื่อให้ผลการประเมินมีมาตรฐานและนำไปทำธุรกรรมทางการเงินได้จริง
กลไกทางธรรมชาติของไม้ยืนต้นคือการสังเคราะห์แสง ซึ่งจะดึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศมากักเก็บไว้ในรูปของมวลชีวภาพ ทั้งในส่วนลำต้น กิ่ง ใบ และราก ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกกักเก็บนี้ สามารถนำมาคำนวณและแปลงสถานะเป็นคาร์บอนเครดิต เพื่อเสนอขายให้กับองค์กรที่ต้องการซื้อสิทธิ์นี้ไปหักล้างกับปริมาณคาร์บอนที่ธุรกิจของตนปล่อยออกมา
"คาร์บอนเครดิต" คืออะไร?
คาร์บอน คือ ธาตุชนิดหนึ่งปัญหาโลกร้อนในปัจจุบันเกิดจากการที่มนุษย์ขุดเอาคาร์บอนที่เคยถูกกักเก็บอยู่ใต้ดิน (ฟอสซิล) ขึ้นมาเผาผลาญเป็นพลังงานอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ธรรมชาติจะดูดซับกลับได้ทัน ส่งผลให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศหนาแน่นขึ้นจนเกิดภาวะเรือนกระจก
คาร์บอนฟุ้งกระจายขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากเกินพอดี มันจะทำหน้าที่เสมือนเพดานกระจกหรือผ้าห่มผืนหนาที่กักเก็บความร้อนเอาไว้ ไม่ยอมให้สะท้อนกลับออกไปสู่อวกาศ ส่งผลให้โลกที่เราอาศัยอยู่ร้อนระอุขึ้นทุกวันเมื่อโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ มักจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งเป็นตัวการทำให้โลกร้อน ทั่วโลกจึงตั้งกติกาว่า ใครปล่อย CO2 เกินกำหนด จะต้อง "ชดเชย" วิธีการชดเชยที่ง่ายที่สุด คือการไปซื้อ "สิทธิ์ในการปล่อย" จากคนอื่นที่ช่วยลด CO2 สิทธิ์ที่ว่านี้เรียกว่า "คาร์บอนเครดิต" (1 เครดิต = การลด CO2 ได้ 1 ตัน)

ต้นไม้เข้ามาบทบาทในคาร์บอนเครดิตอย่างไร
ต้นไม้เป็นหนึ่งในเครื่องฟอกอากาศธรรมชาติที่เก่งที่สุด ต้นไม้หนึ่งต้นจะดูดซับ CO2 เข้าไปเก็บไว้ในลำต้น กิ่ง ใบ ตลอดการเจริญเติบโต การที่มีต้นไม้หรือพื้นที่ปลูกต้นไม้จำนวนหนึ่งสามารถนำพื้นที่นั้นไปขึ้นทะเบียนในโครงการที่ได้รับการรับรอง
โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) หรือ เรียกย่อๆ ว่า โครงการ T-VER พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ ร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้าง คาร์บอนเครดิต สำหรับนำไปซื้อขายในตลาดคาร์บอน
เริ่มต้นระบบการตรวจสอบ (TGO) ได้ตามเงื่อนไขหลักคือต้องเป็นไม้ยืนต้นมีเอกสารสิทธิ์ที่ดินถูกต้องพื้นที่รวมกันได้ 10 ไร่ และโครงการอายุ 10 ปีเพื่อรับสิทธิ์ในปริมาตรของเมนบอร์ดที่กักเก็บได้ และเอกสารต้องมีหลักฐานชัดเจน เช่น ส.ป.ก., น.ส.3
(รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย T-VER : https://tver.tgo.or.th)
กระบวนการประเมินต้นไม้เพื่อขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิต
1. นักประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่คุ้นเคยและรู้จักชนิดของต้นไม้มีค่าต่าง ๆ จะทำการนัดวันและเวลาเพื่อเข้าสำรวจในพื้นที่ที่ต้องการประเมิน โดยนักประเมินฯ จะเข้าดูจำนวนต้นไม้ที่อยู่ในที่ดิน ณ วันสำรวจ พร้อมตรวจสอบตำแหน่ง ชนิดของต้นไม้ สภาพความสมบูรณ์ รอบวง อายุของต้นไม้แต่ละชนิด สภาพแวดล้อมรอบของที่ตั้งทรัพย์สินเพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลเพื่อสรุปมูลค่าของต้นไม้ หรือรายการทรัพย์สินที่ผู้ต้องการประเมินมูลค่าทรัพย์สินในที่ตั้งนั้น ๆ
นักประเมินจะสามารถสรุปข้อมูลเป็นรูปเล่มรายงานทั้งหมดภายใน 3-5 วันหลังการลงสำรวจ คำนวณว่าพื้นที่ที่ปลูกต้นไม้ดังกล่าวนั้นมีความสามารถในการ "ดูดซับคาร์บอน" ได้เท่าไหร่ต่อปี
2. ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินต้นไม้จะทำการสรุปรายละเอียดที่สำรวจจัดทำเล่มรายงานสำหรับให้เจ้าของที่ดินยื่นเอกสารเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย T-VER
3. เจ้าหน้าที่จากโครงการ T-VER เข้ามาตรวจสอบยืนยันความถูกต้องและรายละเอียดของเจ้าของที่ดูแลต้นไม้ตามแผนที่ทำรายงานหรือไม่ เมื่อผ่านการรับรองจาก T-VER
4. เจ้าของที่มีพื้นที่ต้นไม้ดังกล่าวสามารถนำเครดิตที่ได้นี้ ไปขายในตลาดคาร์บอน ให้กับบริษัทหรือโรงงานที่ต้องการชดเชยการปล่อย CO2 ของตนเอง
หากคุณเป็นเจ้าของที่ดินและเริ่มสงสัยว่า ต้นไม้ในที่ของคุณมีมูลค่าเท่าไหร่? จะเข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิตได้อย่างไร? อย่าปล่อยให้โอกาสทางธุรกิจนี้หลุดลอยไป เริ่มต้นก้าวแรกอย่างมั่นคง ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ Modern Property Consultants เพื่อให้เราช่วยคุณสำรวจและปลดล็อกมูลค่าที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ในที่ดินของคุณ
แหล่งอ้างอิง
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา. (2568). คาร์บอนฟุตพริ้นท์ ข้อมูลสำคัญในยุคโลกเดือด. Krungsri.com. https://www.krungsri.com/th/research/research-intelligence/carbon-footprint-2025
Sanook. (2562, 15 เมษายน). ต้องรู้! ต้นไม้ 4 กลุ่ม ประกันธุรกิจ-ค้ำเงินกู้ได้. Sanook Money. https://www.sanook.com/money/650259/
อุทยานหลวงราชพฤกษ์. พรรณไม้. https://www.royalparkrajapruek.org/Plants




